บริษัท อีซี่ บาย จำกัด (มหาชน)
EASY BUY PUBLIC COMPANY LIMITED
ค้นหา | ภาษาไทย English

สารจากประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

มร. ฮิโตชิ โยโกฮามา
ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

ปี 2560 เป็นอีกหนึ่งปีที่น่ายินดีสำหรับอีซี่บาย ซึ่งในภาพรวมอีซี่บายสามารถมีผลประกอบการที่แข็งแกร่ง และน่าประทับใจติดต่อกันอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าในช่วงปีที่ผ่านมาจะมีผลกระทบจากปัจจัยเชิงลบในแง่เศรษฐกิจ และความตึงเครียดทางการเมืองทั้งภายในและภายนอกประเทศ อีกทั้งความไม่แน่นอนของทิศทางการปรับอัตราดอกเบี้ยของธนาคารแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (FED) และความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศที่ใช้เงินสกุลยูโร (Eurozone) ที่ส่งผลให้หลายบริษัทของไทยต้องเผชิญกับความยากลำบากในการบริหารต้นทุนทางการเงินมากขึ้น นอกจากนี้เศรษฐกิจภายในประเทศที่มีแนวโน้มชะลอตัวลง ดังจะเห็นได้จากตัวเลขการบริโภคของภาคครัวเรือนที่ลดลง และการเพิ่มขึ้นของหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ อย่างไรก็ตามได้มีข่าวดีเกิดขึ้นในช่วงปลายปี จากการฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปของเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (GDP) เติบโตที่ร้อยละ 3.9 ต่อปี (รายงานประจำปี สศช.) ทั้งนี้เป็นผลมาจากนโยบายกระตุ้นทางเศรษฐกิจ และตัวเลขการส่งออกที่ปรับตัวสูงขึ้น

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของสภาวะแวดล้อมที่ท้าทาย อีซี่บายสามารถแสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่โดดเด่นในแง่ของความยืดหยุ่น และการดำเนินงานเชิงรุกต่อความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ซึ่งจากนโยบายการบริหารจัดการระยะกลางในช่วงปี 2559 – 2561 ที่ดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานของค่านิยมหลัก โดยมุ่งเน้นที่การปรับปรุงพัฒนางานอย่างต่อเนื่อง การลดต้นทุนทางการเงินอย่างจริงจัง และการบริหารความยั่งยืน ส่งผลให้ในปี 2560 อีซี่บาย มีกำไรสุทธิ ที่ 3.98 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2559 ร้อยละ 17.2 ในขณะเดียวกันหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ลดลงอยู่ในระดับที่ร้อยละ 1.74 (อ้างอิงจากรายงานสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ) ซึ่งถือว่าต่ำมากเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของผู้ประกอบการอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกัน

หลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในความพยายามที่จะเสริมสร้างความไว้วางใจจากลูกค้า และการให้บริการด้วยมาตรฐานสูงสุด คือการได้รับการจัดอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวที่ “AA+” จากบริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) เป็นปีที่สองติดต่อกัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงผลประกอบการทางธุรกิจอันโดดเด่น และความสำเร็จในหลากหลายมิติ นอกจากนี้ อีซี่บายให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการตามหลัก “การกำกับดูแลกิจการที่ดี” ที่ปลูกฝังลงไปอย่างต่อเนื่องในวัฒนธรรมองค์กร และระบบการบริหารจัดการ เพื่อส่งเสริมความรับผิดชอบ ประสิทธิภาพ ความโปร่งใสของการดำเนินธุรกิจ และด้วยความร่วมมืออย่างดีเยี่ยมของ คณะกรรมการ ผู้บริหาร พนักงานทุกระดับชั้นในการต่อต้านการทุจริตคอรัปชั่น อีกทั้งการควบคุมภายในและกระบวนการตรวจสอบภายในที่เข้มแข็ง ส่งผลให้ อีซี่บาย ได้รับการรับรองเป็นสมาชิกในโครงการแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต อันแสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งของหลักประกันความเชื่อมั่นแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน

อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจจะไม่สามารถบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ได้ หากขาดการแสดงออกซึ่งความเห็นอกเห็นใจและความรับผิดชอบต่อสังคม ดังนั้นกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) ของบริษัทฯ หลากหลายโครงการ จึงได้ถูกพัฒนาเข้าเป็นส่วนหนึ่งในนโยบายและกลยุทธ์องค์กร ด้วยความมุ่งหวังที่จะยกระดับคุณภาพชีวิต โดยเฉพาะแก่ผู้ด้อยหรือผู้ขาดโอกาสทางสังคม รวมถึงการปกป้อง และดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม และเพื่อให้ครอบคลุมการสนับสนุนสังคมในด้านต่างๆ อย่างทั่วถึง กิจกรรมเพื่อสังคมทั้ง 5 โครงการ ได้ถูกริเริ่มขึ้น อันประกอบด้วย โครงการ “อีซี่บาย...เพื่อการศึกษา” โครงการ “อีซี่บาย...เพื่อเพื่อนมนุษย์และสิ่งแวดล้อม” โครงการ “อีซี่บาย...เพื่อสังคมไทย” โครงการ “อีซี่บาย...เพื่อผู้ประสบภัย” และ โครงการ “อีซี่บาย...เพื่อการกีฬาไทย” ซึ่งโครงการเหล่านี้เป็นเครื่องมือในการขยายความห่วงใยของเราสู่ประชาชน สังคม และสิ่งแวดล้อมของไทย

อีซี่บาย ตระหนักเสมอมาว่า ทรัพยากรบุคคลคือทรัพย์สินที่มีคุณค่าขององค์กร และความพร้อมในการให้บริการที่มีคุณภาพอย่างดีเยี่ยมนั้น เกิดจากความเป็นมืออาชีพในการทำงาน ซึ่งมาจากความสุข และความทุ่มเทในการทำงานของพนักงาน ดังนั้น อีซี่บาย จึงมุ่งเน้นการจัดการสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ให้ความรู้สึกเป็นกันเองและเปี่ยมไปด้วยแรงจูงใจ ด้วยความตั้งใจที่จะ “เป็นสถานประกอบการที่น่าร่วมงานด้วยที่สุด” ในภาคธุรกิจการเงิน

ในแต่ละปี สถานการณ์ในตลาดสินเชื่อส่วนบุคคลมีความท้าทายและมีการแข่งขันที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ทิศทางของยุคไทยแลนด์ 4.0 ที่เริ่มมีบทบาทโดดเด่นขึ้นในทุกภาคส่วน จากการที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ดำเนินโครงการระบบชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ (National e-payment) ซึ่งจะผลักดันให้ประเทศไทยเข้าสู่ “สังคมไร้เงินสด” อีกทั้งเทคโนโลยีทางด้านการเงินต่างๆ อาทิ การใช้บัตรชิปการ์ด โครงการพร้อมเพย์ และบริการชำระเงินผ่าน QR Code ได้ถูกเริ่มใช้งานเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้บริโภคอย่างแพร่หลาย นอกจากนี้ ประกาศระเบียบธนาคารแห่งประเทศไทยในการควบคุมดูแลภาวะหนี้สินของผู้บริโภค เพื่อกำกับดูแลบัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคลให้รัดกุมขึ้น ซึ่งส่งผลให้เกิดสภาวะการแข่งขันที่เข้มข้นมากขึ้นในอุตสาหกรรมสินเชื่อส่วนบุคคล

จากการคาดการณ์ถึงแนวโน้มที่จะเกิดขึ้น อีซี่บายมองเห็นโอกาสที่จะผลักดัน ยูเมะพลัส เพื่อก้าวสู่ “แบรนด์อันดับหนึ่งที่ลูกค้าเลือกใช้” ในกลุ่มผลิตภัณฑ์สินเชื่อส่วนบุคคล ดังนั้น ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา กระบวนการปฏิบัติงานสำคัญต่างๆ จึงได้รับการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าจะสามารถส่งมอบบริการที่เป็นเลิศแก่ลูกค้า และจากความท้าทายที่ได้กล่าวไปทั้งหมด อีซี่บายมีการปรับตัวและสร้างข้อได้เปรียบทางการแข่งขันใหม่ๆ ขึ้น อาทิ การใช้เทคโนโลยีทางการเงินที่ทันสมัยในการดำเนินธุรกิจ การปรับใช้กลยุทธ์การตลาดที่มุ่งเน้นความต้องการของลูกค้า และการยกระดับการบริหารจัดการพอร์ตสินเชื่อ อีกทั้งเพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินธุรกิจของอีซี่บายเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับการกำกับดูแลจากธนาคารแห่งประเทศไทย หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเป็นการดำเนินการตามความตั้งใจของเราที่จะก้าวสู่การเป็นแบรนด์ที่ลูกค้าเลือกใช้มากที่สุด

ในนามของ อีซี่บาย ผมขอใช้โอกาสนี้แสดงความขอบคุณแก่ผู้ถือบัตรกดเงินสดยูเมะพลัสอันทรงคุณค่าทุกท่าน พันธมิตรทางธุรกิจ ผู้ถือหุ้น นักลงทุน พนักงานทุกคน ตลอดจนสังคมไทย สำหรับการสนับสนุนด้วยดีเสมอมา เราจะดำเนินธุรกิจไปอย่างสอดคล้องกับพันธกิจที่ว่า “เรา บริษัท อีซี่ บาย จำกัด (มหาชน) มุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจซึ่งสามารถเกื้อหนุนประโยชน์สูงสุดต่อสังคม” เพื่อให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วนได้รับประโยชน์สูงสุดจากเรา


มร. ฮิโตชิ โยโกฮามา

ประธานกรรมการเละประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

บริษัท อีซี่ บาย จำกัด (มหาชน)

ข้อแนะนำ : Web Browser ที่เหมาะแก่การใช้งาน Internet Explorer version 10 ขึ้นไป, Mozilla Firefox, Safari, Google Chrome